ล้างพิษตับ

ลาโนลิน

ตับสำคัญอย่างไร:

1.ตับทำหน้าที่นำเอาสารอาหารที่ย่อยมาแล้วจากทางเดินอาหาร ไม่ว่าจะเป็นคาร์โบไฮเดรต (พวกแป้ง น้ำตาล) ไขมัน โปรตีน (พวกเนื้อต่างๆ)วิตามิน ยา หรืออะไรก็ตามที่เราทานเข้าไปมาปรับเปลี่ยนให้เป็นสารอาหารที่เหมาะกับการใช้ในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
2.ตับทำหน้าที่สะสมอาหารต่างๆ เอาไว้ใช้เมื่อร่างกายต้องการ เช่น เก็บน้ำตาลกลูโคสในรูปของไกลโคเจน
3.ตับทำหน้าที่ขับถ่ายของเสียในรูปของน้ำดี ออกมาทางท่อน้ำดี แล้วลงไปออกที่ลำไส้เล็กส่วนต้น ดังนั้นหากมีของเสียอะไรที่เกินกำลังที่ตับจะขับออกได้จึงถูกเก็บไว้ในตับและถุงน้ำดี

การล้างพิษตับ คืออะไร: คือการเอาสารพิษออกจากร่างกาย โดยกระตุ้นให้ตับ และถุงน้ำดี ขับไขมัน ขับก้อนนิ่ว หรือสารพิษที่สะสมเอาไว้ออกมา แล้วนำออกจากร่างกายโดยการขับถ่าย ตามสมัยโบราณ คือการขับเมือกมันภายใน ลำไส้ ในตับ ในส่วนที่หักงอของลำไส้ เรียกกันให้ทันสมัยก็คือดีทอกซ์ หรือล้างพิษออกจากร่างกาย คนมาเข้าหลักสูตรต้องมีร่างกายแข็งแรงพอที่จะเข้าร่วมกิจกรรมได้ ดังนั้น อย่าคาดหวังว่าการดีท็อกซ์ตับจะสามารถช่วยเหลือคุณได้ทั้งหมด ประโยชน์ของการดีท็อกซ์ตับยังไม่มีการค้นคว้าวิจัยอย่างจริงจัง และยังไม่มีการพิสูจน์ในเชิงวิทยาศาสตร์

 

 

ทำไมต้องล้างพิษตับ: ตับ เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กำจัดของเสียหรือสิ่งแปลกปลอมที่ไม่สามารถกำจัดได้ในระบบย่อยอาหาร ซึ่งสารพิษเหล่านั้นได้มาจากหลายๆทาง เช่น การกินอาหารที่ปนเปื้อนจากสารเคมี ยาฆ่าแมลงในผัก สารเร่งเนื้อแดงหรือยาปฏิชีวนะในเนื้อสัตว์ แอลกอฮอลล์ กาแฟ ยาที่เรากินเข้าไป การสูดเอาอากาศที่เป็นพิษเข้าไปในร่างกาย รวมทั้งน้ำดื่มที่เราดื่มเข้าไป เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันเราหลีกเลี่ยงแทบจะไม่ได้เลย 90% ของคนเราจะมีนิ่วในถุงน้ำดีและนิ่วในตับ ซึ่งนิ่วพวกนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของตับในการดูดซับสารพิษจากอาหารหรือสิ่งที่เข้าไปในร่างกายลดลง

เมื่อไรต้องล้างพิษตับ: คนที่ร่างกายอ่อนเพลียและเหนื่อยง่าย ไม่ค่อยมีแรง เซื่องซึม หดหู่ใจ ไม่กระปรี้กระเปร่า ปวดเมื่อยตามร่างกาย มีอาการของโรคภูมิแพ้ เช่น แพ้กลิ่นต่างๆ แพ้อากาศบ่อยๆ มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ทำให้ไม่สบายหรือเป็นหวัดได้ง่ายปวดศีรษะ มึนงงบ่อยๆ หรืออาจปวดถึงขั้นเป็นไมเกรน มีสิวและผดผื่นขึ้น นอนหลับยาก หรือรู้สึกว่านอนไม่พอ มีกลิ่นปาก หรือมีแผลในช่องปาก จุกเสียด แน่นท้องปวดท้องเป็นประจำ เนื่องจากระบบการย่อยอาหารมีปัญหามักเป็นโรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและลำไส้ ลมหายใจมีกลิ่นเหม็น ระบบขับถ่ายมีปัญหาท้องผูกเป็นประจำ หรือท้องเสียง่าย เป็นริดสีดวงทวาร เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ อารมณ์แปรปรวนง่ายประสาทตึงเครียด ผิวหมองคล้ำ เกิดริ้วรอยง่ายผิวแห้งและหยาบกร้าน ดูแก่กว่าวัยมักปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อหรือข้อต่อต่างๆ ขี้ลืม สมองไม่ปลอดโปร่งคิดอะไรไม่ค่อยออก ฯลฯ

ล้างพิษตับมีกี่วิธี: การล้างพิษตับมีหลายวิธี แต่ที่ทำกันมากคือ
4.1 ล้างด้วยกาแฟ: วิธีนี้จะทำเองได้ง่าย และไม่ต้องอดอาหาร โดยการใช้กาแฟผสมน้ำสวนล้าง คือ กาแฟจากการสวนล้างจะถูกดูดซึมจากลำไส้ใหญ่ตรงสู่ตับ และถุงน้ำดี คาเฟอีนในกาแฟจะกระตุ้นตับและ ถุงน้ำดีให้ขับสารพิษออกมา
4.2 ล้างด้วยน้ำมันมะกอก: วิธีนี้เริ่มแรกควรเข้าคอร์สล้างพิษตับกับผู้ชำนาญก่อนเพราะจะต้องอดอาหาร และพบกับการขับพิษของร่างการ หรือที่เรียกว่าซ่านพิษ ซึ่งผู้ล้างพิษตับต้องรู้วิธีแก้ไข แต่เป็นวิธีที่ได้ผลลัพธืดีมาก

ล้างพิษตับมีอันตรายไหม: หากเป็นการล้างพิษตับแบบไม่อดอาหารหนักเช่นล้างด้วยกาแฟจะไม่มีอันตราย หากเป็นล้างพิษตับด้วยน้ำมันมะกอกจะมีอันตรายเมื่อไม่รู้ปริมาณที่ร่างกายรับได้ และการแก้ไขเมื่อร่างกายต่อต้าน

ล้างพิษตับทำเองได้ไหม: กาแฟ ทำเองได้ น้ำมันมะกอกต้องเข้าคอร์สล้างพิษก่อนมาทำเอง และการทำเองต้องไม่เกิน 3 แก้ว

ทำไมต้องอดอาหาร: เพื่อไม่ให้สารพิษที่ออกมาจากตับเข้ามาปะปนกับกากอาหารที่อยู่ในลำไส้ ซึ่งสารพิษจะถูกดูดกลับเข้าไปอีกครั้ง

ทำไมต้องเป็นน้ำมันมะกอก: น้ำมันมะกอกเป็นน้ำที่มีโมเลกุลสายยาว ซึ่งจะไม่ถูกย่อยสลายในส่วนของกระเพราะ และเมื่อผ่านมาที่ลำไส้ซึ่งเป็นกระบวนการย่อยของตับ จึงสามารถกระตุ้นการการทำงานของตับได้

ทำไมต้องกินดีเกลือ: ดีเกลือ เป็นเกลือชนิดหนึ่ง เม็ดละเอียดสีขาวรสเค็มจัดจนขม หรือเรียกว่า “แมกนีเซียมซัลเฟต” มีประโยชน์ในการล้างพิษตับและถุงน้ำดี ดีเกลือทำให้ท่อน้ำดีขยายตัว เพื่อให้นิ่วเคลื่อนที่ผ่านออกมาได้ง่ายขึ้น

ทำไมต้องดื่มน้ำแอปเปิ้ลระหว่างล้างพิษตับ:น้ำแอ๊ปเปิ้ลอุดมไปด้วยกรด malic ซึ่งจะเข้าไปทำละลายทำให้ก้อนไขมันที่จับตัวหุ้มพิษที่อยู่ในตับอ่อนตัวลง และหลุดออกมาทางท่อส่งน้ำดีซึ่งได้ถูกขยายไว้ล่วงหน้าโดยดีเกลือแล้ว