อีมูออยล์ (Emu Oil) คืออะไร

อีมูออยล์ (Emu Oil) น้ำมันจากนกอีมูได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์กันอย่างแพร่หลายมากว่าพันปี โดยชนเผ่าอบอริจิ้น ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งนำมาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวถูกทำลายและผิวไหม้จากแสงแดด ซึ่งนกอีมูมีต้นกำเนิดจากประเทศออสเตรเลีย และมีลักษณะคล้ายนกกระจอกเทศ

น้ำมันอีมูเป็นน้ำมันธรรมชาติ หรือเรียกว่า อีมูออยล์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบมากที่สุดตัวหนึ่ง ด้วยอนุภาคขนาดเล็กและกรดไขมันที่มีลักษณะคล้ายกับผิวของเรา จึงสามารถดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์ในการใช้ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์หรือสมุนไพรตัวอื่นๆ ในการนำพาส่วนผสมหรือสารอาหารที่สำคัญให้แทรกซึมลึกลงไปสู่ผิวชั้นในได้ดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้น้ำมันอีมูยังสามารถซึมผ่านทะลุกำแพงของผิวและซึมลึกเข้าไปภายในผิวชั้นใน ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นมอยส์เจอไรเซอร์(ชุ่มชื้น)ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถใช้ทาเพื่อให้ข้อศอก หัวเข่า และส้นเท้าที่หยาบกร้าน เรียบเนียนขึ้น ทำให้มืออ่อนนุ่ม และลดอาการคันจากผิวแห้งและแตกลาย

เนื่องจากคุณสมบัติในการต่อต้านการอักเสบของน้ำมันอีมู จึงมีฤทธิ์ในการลดอาการบวม นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ของผิวและการไหลเวียนโลหิต เพื่อช่วยในการรักษาริ้วรอย แผลเป็นจากผิวหนังหรือแผลพุพอง ลดอาการผิวแตกลาย และผิวไหม้จากแสงแดด

คุณสมบัติในการรักษาของน้ำมันอีมู มาจากกรดไขมันไม่อิ่มตัวประมาณร้อยละ 70 ของส่วนประกอบ จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่าการรวมกันของกรดไขมันโอเมก้า 3, 6 และ 9 ทำให้เกิดการต่อต้านการอักเสบ รวมถึงประโยชน์ในด้านอื่นๆด้วย และอุดมไปด้วยวิตามินอีและวิตามินเอ ซึ่งช่วยในการรักษาผิวและลดการอักเสบ นอกจากนี้ยังมีสารประกอบหลายชนิดที่มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันอีมูจึงมีประโยชน์สูงมาก ทั้งกรดไขมันที่จำเป็น วิตามิน และสารประกอบอื่น ๆ ของ carotenoids และ polyphenolic ซึ่งทั้งหมดนี้มีผลดีต่อสุขภาพของเรา ได้แก่

  • กรดโอเลอิค (Oleic acid) หรือ Omega 9 กรดโอเลอิกเป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว หรือกรดไขมันโอเมก้า 9 เป็นไขมันทั่วไปที่พบได้ในอาหารของมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการลดคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL)และเพิ่มคลอเรสเตอรอลชนิดดี (HDL) ซึมซับเข้าสู่ผิวได้ดีมีคุณสมบัติต้านการอักเสบและทำให้ผิวอ่อนนุ่ม ทำงานได้ดีกับผู้ที่มีผิวแห้ง ในน้ำมันอีมูกรดโอเลอิคจะช่วยลำเลียงสารที่ออกฤทธิ์ทางชีวภาพเข้าสู่ผิว ส่งผลให้น้ำมันถูกดูดซึมได้อย่างรวดเร็ว ช่วยฟื้นฟูสร้างเซลล์ผิวใหม่และต่อต้านริ้วรอย และต่อต้านริ้วรอย ลดรอยแตกลาย รอยดำ รอยแดงจากสิว ฝ้า กระ โดยการฟื้นฟูเซลล์ผิว
  • กรดไลโนเลอิค (Linoleic acid) หรือ Omega 6 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน หรือกรดไขมันโอเมก้า 6 กรดไลโนเลอิคช่วยต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย ด้วยการลดการเกิดจุดด่างดำหรือริ้วรอยที่เกิดจากแสงแดด จากการศึกษาแสดงให้เห็นว่ากรด ไลโนเลอิค ช่วยลดจุดด่างดำ สีผิวเข้ม สีผิวคล้ำที่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลต โดยไปยับยั้งกระบวนการผลิตเมลานิน อาการปวด เกราะคุ้มผิว การอักเสบของผิวหนัง กรดไลโนเลอิกสามารถคืนความสามารถในการป้องกันผิวหนัง ทำงานได้ดีกับผู้ที่มีผิวมัน
  • กรดไลโนเลนิค (Linolenic acid) หรือ Omega 3 เป็นสารต้านการอักเสบที่มีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ในการป้องกันโรคเรื้อรัง รวมทั้งโรคหัวใจและโรคข้ออักเสบ จะช่วยบำรุงสมองและช่วยให้สมองเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีขึ้น การอักเสบของผิวหนัง ช่วยลดความเสียหายจากรังสียูวี และสัญญาณของการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • วิตามินอี (Vitamin E) ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านริ้วรอยตามธรรมชาติ ช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความยืดหยุ่นให้แก่ผนังหลอดเลือดฝอยในผิว และช่วยรักษาความสมดุลของคลอเลสเตอรอล
  • วิตามินเอ (Vitamin A) สารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพผิวและลดการอักเสบ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ผิว ช่วยเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันในการต่อสู้กับโรคไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และการไอ
  • Terpines มีคุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และการอักเสบของสิว
  • Sapogens เป็น softeners ผิวที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยให้ผิวอ่อนนุ่ม
  • แคโรทีนอยด์ (carotenoids) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ มีคุณสมบัติในการดูดกลืนแสงอัลตร้าไวโอเลต(UV) และคุณสมบัติในการต้านปฏิกิริยาออกซิเดชัน(antioxidant)
  • เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene) เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีสุขภาพดี แลดูอ่อนเยาว์ ถือเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์วิตามินเอ ช่วยป้องกันผิวจากแสงรังสีอัลตราไวโอเลตที่มากับแสงแดด ทำให้ผิวไม่แลดูคล้ำ ไม่เกิดฝ้า กระ และริ้วรอย มีบทบาทสำคัญในการบำรุงร่างกาย ช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง ป้องกันโรคหัวใจ โดยที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเบต้าแคโรทีนเป็นวิตามินเอได้ตามปริมาณที่ร่างกายต้องการ

จะเห็นว่า อีมูออยล์ จะมีลักษณะคล้ายกับน้ำมันบนผิวหนังของมนุษย์ นี่จึงเป็นเหตุผลที่พบว่า ทำไมผลที่ได้จากการใช้ อีมูออยล์ กับผิวของมนุษย์นั้นเป็นไปในทางที่ดี จึงมีการนำอีมูออยล์ มาเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอางค์ เป็นผลิตภัณฑ์จากอีมูออยล์

อีมูออยล์ สิวอักเสบ รอยแดง

น้ำมันอีมูมีฤทธิ์ต้านการอักเสบที่ยอดเยี่ยมจึงสามารถนำมาใช้เพื่อช่วยรักษาสิวและอาการอักเสบเรื้อรังอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อผิวหนัง นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและมีวิตามินเอที่มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระที่โดดเด่น หลายคนที่ใช้น้ำมันอีมูพบว่ามันไม่เพียง แต่ช่วยรักษาสิวของพวกเขา แต่ยังช่วยลดรอยแดงบนผิวของพวกเขาในขณะที่ยังบำรุงและคืนความชุ่มชื้น การซึมได้อย่างล้ำลึกซึ่งหมายความว่ามันจะไม่อุดตันรูขุมขนที่สามารถนำไปสู่สิว คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและกรดลิโนเลอิคที่ช่วยฟื้นฟู ทำให้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมในการช่วยให้ผิวคุณดูอ่อนเยาว์

อีมูออยล์ในด้านผิวพรรณ

อีมูออยล์ ช่วยป้องกันริ้วรอย ให้ความชุ่มชื้น และมีผลดีต่อการผลิตคอลลาเจน คอลลาเจนเป็นหนึ่งในสารที่ช่วยให้ผิวของคุณยืดหยุ่นยืด ผิวดูอวบอิ่ม และไร้ริ้วรอย อีมูออยล์มีคุณสมบัติต่อต้านอนุมูลอิสระ รักษาบาดแผลรอยแผลเป็นและผิวที่ถูกทำลายจากแสงแดด ช่วยในการรักษาแผลไหม้หรือรอยฟกช้ำ

อีมูออยล์และความปลอดภัย

น้ำมันอีมูนั้นปลอดภัยอย่างยิ่ง เป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ 100% เนื่องจากมีสารประกอบทางชีวภาพที่มีความใกล้เคียงกับผิวของมนุษย์ และเป็นที่นิยมมากเพราะไม่อุดตันรูขุมขนหรือการระคายเคืองต่อผิว ที่จะช่วยบำรุงและบรรเทาความเจ็บแสบผิวได้ น้ำมันอีมูนั้นได้นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อความงามสำหรับร่างกาย, ผิว, เล็บ และผม น้ำมันอีมูเป็นที่รู้กันว่าปลอดภัยสำหรับการใช้ภายในเช่นกัน เนื่องจากมีกรดไขมันที่จำเป็นและวิตามิน

อีมูออยล์กับการรักษา

  • ผู้ทำการวิจัยเกี่ยวกับผิวที่มหาวิทยาลัย Texas Medical School in Houston รายงานว่าน้ำมันอีมูที่ความเข้มข้น 100% นั้นเป็นตัวที่สามารถช่วยลดการแพ้ของผิว, ไม่ทำให้เกิดการอุดตัน, เกิดอาการระคายเคืองได้น้อยมาก แถมยังมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย น้ำมันอีมูนั้นมีการใช้กันมาแต่ดั้งเดิมแล้ว เพื่อใช้บรรเทาอาการโรคงูสวัด, เรื้อนกวาง, สะเก็ดเงิน และอาการอักเสบของผิวในลักษณะอื่นๆรวมทั้งสิวด้วย
  • การวิจัยทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ Emu Oil สถาบัน Forsyth ในบอสตันได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับน้ำมันอีมู ที่แสดงถึงประโยชน์ที่น่าทึ่งในการศึกษาของพวกเขาน้ำมันอีมูช่วยลดการบวมจากการอักเสบภายในหกถึงสิบสองชั่วโมง เมื่อนำมาใช้โดยตรงลงบนผิว ในการศึกษาอื่นจากมหาวิทยาลัยบอสตัน นักวิทยาศาสตร์พบว่าน้ำมันอีมูอาจกระตุ้นการงอกใหม่ของเซลล์ผิว
  • น้ำมันอีมูทำหน้าที่เป็นตัวช่วยต้านการอักเสบช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อและข้อต่อและช่วยฟื้นฟูบาดแผลหรือผิวหนังที่เสื่อมสภาพ การศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Inflammopharmacology พบว่าเมื่อใช้ทาภายนอกคุณสมบัติในการต้านการอักเสบของน้ำมันอีมูมีประสิทธิภาพเหมือนกับการใช้ ibuprofen ในช่องปาก เนื่องจากมีความสามารถในการลดอาการบวมและลดอาการปวดเมื่อยจึงสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการไขข้ออักเสบ อาการปวดศีรษะไมเกรนและข้อต่อ กรดไขมันที่จำเป็น สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินภายในน้ำมันอีมู จะช่วยป้องกันหรือบำบัดการติดเชื้อ และยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย น้ำมันอีมูช่วยลดอาการระคายเคืองและอักเสบ นอกจากนี้ยังสามารถใช้แก้อาการไอและอาการไข้หวัดได้ตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีวิตามินเอและกรดไขมันที่จำเป็น ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย

อีมูออยล์ในด้านอื่นๆ

ในผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงนั้น น้ำมันอีมูก็จะช่วยในเรื่องบรรเทาอาการคัน จากการถูกเห็บหมัดกัด และช่วยทำให้ขนเป็นเงาสวย สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ น้ำมันอีมูสามารถจะใช้เดี่ยว หรือใช้ร่วมกับส่วนผสมอื่น ๆ ได้ เพื่อบรรเทาความเจ็บ น้ำมันอีมูไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือฮอร์โมน และยังเป็นที่รู้กันด้วยว่าสามารถชะลอความแก่ หรือ เร่งการทำงานของเซลล์ให้ทำงานได้ดีขึ้นได้อีกด้วย

อีมูออยล์ ช่วยอย่างไร

น้ำมันอีมูเป็นไตรกลีเซอไรด์เกือบ 100% (ไตรกลีเซอไรด์เป็นประเภทหนึ่งขององค์ประกอบไขมัน) ซึ่งมีอยู่มากมายในมนุษย์ ซึ่งหมายความว่า องค์ประกอบของกรดไขมันในผิวหนังมนุษย์นั้น มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากกับน้ำมันอีมู จึงทำให้ไม่อุดตันรูขุมขนเมื่อเรานำมาทาผิวหน้า

มีปริมาณกรดโอเลอิคสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะส่วนผสมต่าง ๆ ไว้กับผิว และไม่มีส่วนผสมของ ฟอสโฟลิพิด (phospholipids) ที่ซึ่งขัดขวางการซึมลงไปที่ผิว ด้วยเหตุนี้น้ำมันอีมูจึงซึมลงสู่ผิวได้ง่ายกว่าน้ำมันอื่น

คุณสมบัติของ อีมูออยล์

  • ลดการอักเสบ และป้องกันแบคทีเรีย
  • ไม่อุดตัน และไม่ระคายเคืองผิว
  • ช่วยกักเก็บน้ำใต้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื่น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ moisturizer อื่น
  • กระตุ้นต่อมเส้นผมให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น และกระตุ้นเจริญเติบโตของเส้นผม
  • ช่วยเสริมสร้างเส้นผมและเล็บให้งอกใหม่ ได้เร็วขึ้น สร้างผิวใหม่ได้ดีขึ้น
  • ซึมทราบเข้าสู่ผิวชั้นในได้ลึกกว่า
  • ช่วยลดการบวม และการปวดกล้ามเนื้อ
  • ช่วยรักษาอาการไหม้, แผล, รอยขีดข่วน, รอยบาดเล็ก ๆ เป็นต้น
  • บรรเทาอาการไหม้แดด, แมลงกัดต่อย, สิว, เรื้อนกวาง และผื่นคัน
  • ป้องกัน และบรรเทารอยแผลเป็น โดยการกระตุ้นการเจริญของผิวให้สร้างเซลล์ใหม่ทดแทน