มานูก้าฮันนี่ (Manuka Honey) คืออะไร

มานูก้าฮันนี่ หรือน้ำผึ้งมานูก้า(manuka honey)  เป็นน้ำผึ้งที่ได้จากผึ้งที่ผสมเกสรให้กับต้นมานูก้า(Manuka)  ซึ่งเป็นน้ำผึ้งที่เป็นประโยชน์ที่สุดของน้ำผึ้งในโลก   ต้นมานูก้าเติบโตเองตามธรรมชาติ และเป็นพืชพื้นเมืองพบมากแถบแถบตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าเป็นอาหารที่มีคุณสมบัติเป็น “ยา” ตาม วิถีธรรมชาติบำบัดที่ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอก

ในศตวรรษที่ 19 นักวิจัยพบว่าน้ำผึ้งนั้นมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติ มีสรรพคุณในการรักษาโรคต่างๆ ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และสารอนุมูลอิสระ สามารถใช้ได้หลากหลาย ด้านบำรุงรักษาผิวพรรณ และด้านการรักษา เช่น อาการเจ็บคอ โรคทางเดินอาหารติดเชื้อ โรคเหงือกอักเสบ และป้องกันโรคอื่นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยละอองเรณูของเกสรดอกมานูก้า มีสรรพคุณทางยา โดยถูกใช้เป็นยาแผนโบราณและยาสมัยใหม่ ด้วยคุณสมบัติการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและต่อต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ ด้านรสชาติมีรสชาตินุ่มละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมหวานเป็นเอกลักษณ์

ในอดีตน้ำผึ้งถูกนำมาใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการรักษาโรคมานานนับพันปี  น้ำผึ้งป็นหนึ่งในธรรมชาติที่อุดมไปด้วยสารต้านจุลินทรีย์มากที่สุด (antimicrobial) จึงไม่แปลกใจเลยที่เรามักได้ยิน นักโบราณคดีหลายคนอ้างว่าในขณะที่ขุดหลุมฝังศพของราชวงศ์อียิปต์ เขาค้นพบน้ำผึ้งที่เก็บไว้ในหม้อและยังไม่เสียด้วย ไม่เพียงเท่านั้น วัฒนธรรมต่างๆทั่วโลก ต่างก็ได้ยกย่องว่าน้ำผึ้งว่าเป็น “สมบัติแห่งการรักษาที่น่าอัศจรรย์”

แต่น้ำผึ้งไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด  คุณภาพของการต้านเชื้อแบคทีเรียในน้ำผึ้งขึ้นอยู่กับชนิดของน้ำผึ้ง  รวมทั้งเวลาที่เก็บเกี่ยว  น้ำผึ้งจึงไม่ได้มีคุณสมบัติเท่ากันทั้งหมด  นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งมากกว่า 300 ชนิด  และยังมีข้อแตกต่างต่อไปนี้อีก เช่น

  • ดิบหรือพาสเจอร์ไรส์
  • กรองหรือไม่กรอง
  • รวงผึ้ง (น้ำผึ้งและขี้ผึ้งที่กินได้ภายใน) หรือน้ำผึ้งที่เป็นเนื้อครีม
  • ท้องถิ่นหรือนำเข้า

ผลิตภัณฑ์จากน้ำผึ้งมานูก้า

ส่วนประกอบของน้ำผึ้งมานูก้า

น้ำผึ้งมานูก้า (manuka honey) มีคุณค่าและสารอาหารเหนือกว่าน้ำผึ้งทั่วไปอย่างมาก และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายอีกด้วย ปกติแล้วน้ำผึ้งที่ทั่วไปจะเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วย

  • กรดอะมิโน
  • วิตามินบีรวม ได้แก่ วิตามินบี 1 (ไทอามีน) วิตามินบี 2 (ไรโบเฟลวิน) วิตามินบี 3 (ไนอาซิน) วิตามินบี 5 (กรดแพนโทเทนิก) วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน)
  • แร่ธาตุต่างๆ แคลเซียม ทองแดง เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี

แต่น้ำผึ้งมานูก้า อุดมไปด้วยโภชนาการสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปถึง 4 เท่า  ซึ่งมีผลรายงานการวิจัยจากมหาวิทยาลินคอร์น ประเทศนิวซีแลนด์ โดย Dr.Geoffrey Savage (ดร.จอฟฟรีย์ ซาเวจ) ระบุว่า มานูก้าฮันนี่  มีสาร AAH650+ (Active Antibacterial Anti-Oxidant Honey 650+) และยังพบไบ ไบโอฟลาโวนอยด์, กรดฟีโลลิก, และกรดแอบซิลิก ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เรียกสารที่พบในน้ำผึ้งจากต้นมานูก้านี้ว่า ยูนีค มานูก้า แฟกเตอร์ (Unique Manuka Factor – UMF) ซึ่งจะพบได้ในน้ำผึ้งมานูก้าเท่านั้น

ยูนีค มานูก้า แฟกเตอร์ (Unique Manuka Factor)

ในปี 1981 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยไวกาโต ประเทศนิวซีแลนด์ ค้นพบว่า น้ำผึ้งมานูก้า มีระดับเอนไซม์สูงกว่าน้ำผึ้งปกติ เอนไซม์เหล่านี้สร้างไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ธรรมชาติ (Hydrogen peroxide)  ที่ทำงานเป็นตัวต้านเชื้อแบคทีเรีย

น้ำผึ้งบางชนิด ยังอุดมด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ (Hydrogen peroxide)  เมทิลไกลออกซาล(methylglyoxal) และ ไดไฮดรอกซีอะซีโตน (dihydroxyacetone)  และด้วยสรรพคุณทางยาของทั้งสามสิ่งนี้  เราจึงเรียกว่า  ยูนีค มานูก้า แฟกเตอร์  (Unique Manuka Factor – UMF)  ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลในการระบุและวัดความสามารถในการต้านเชื้อแบคทีเรียของน้ำผึ้งมานูก้า

UMF (Unique Manuka Factor) จะเป็นตัวการันตีว่าน้ำผึ้งมีคุณภาพของสรรพคุณทางยาสูงแค่ไหน UMF ไม่ได้พบได้ในน้ำหวานของดอกมานูก้าทั้งหมด และโดยปกติแล้วดอกมานูก้าจะมีสารไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ธรรมชาติที่มีคุณสมบัติต่อต้านเชื้อแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในน้ำผึ้งส่วนใหญ่เท่านั้น

สิ่งที่จะแยกยูเอ็มแอฟมานูก้า (UMF Manuka) จากสายพันธุ์มานูก้าอื่น ๆนั้น  ก็คือต้องมีทั้งไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ธรรมชาติและคุณสมบัติการต้านเชื้อแบคทีเรียโดยธรรมชาติจากสารประกอบอื่นๆซึ่งจะเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

สารประกอบอื่นๆในการต่อต้านแบคทีเรียของน้ำผึ้งมานูก้า ก็คือ เมทิลไกลออกซาล (methylglyoxal หรือ MG) ส่วนใหญ่แล้วสาร MG จะพบในน้ำผึ้งทั่วไปได้น้อยมาก  แต่ในน้ำผึ้งมานูก้า กลับพบสาร MG ที่มีค่าสูงมากกว่าน้ำผึ้งทั่วไป มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสได้ดี ยิ่งมีความเข้มข้นของ MG มากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีผลต่อการต้านเชื้อแบคทีเรียได้มากเท่านั้น สาร MG ในน้ำผึ้ง มาจากการเปลี่ยนสารประกอบไดไฮดรอกซีอะซีโตน (dihydroxyacetone)  ซึ่งพบได้ในน้ำหวานของดอกมานูก้า

ดอกมานูก้าที่คุณสมบัติยูเอ็มแอฟ  (UMF properties)  จะมีความเสถียรมากและแตกต่างจากไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่พบได้บ่อยในน้ำผึ้งส่วนใหญ่ ซึ่งไม่ถูกทำลายได้ง่าย ทนต่อความร้อนและแสงได้

ประโยชน์ในด้านผิวพรรณ

น้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติที่เหนือกว่าน้ำผึ้งทั่วไป ในด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ  การต่อต้านแบคทีเรีย  การรักษาผิวและบาดแผล   รวมทั้งมีเอนไซม์ที่ผลิตไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ซึ่งเปรียบเสมือนยาฆ่าเชื้อโรค และอุดมไปด้วยกรดอะมิโน  วิตามิน  และแร่ธาตุต่างๆ  จึงช่วยปกป้องและชะลอความเสื่อมของเซลล์ผิว  ต่อต้านริ้วรอยได้เป็นอย่างดี ช่วยทำให้กระบวนผลัดเซลล์ผิวใหม่เป็นไปอย่างอ่อนโยนและนุ่มนวล  ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน

น้ำผึ้งมานูก้า ยังมีสารช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยจะซึมซาบลึกลงสู่ผิวหนังเพื่อบำรุงและฟื้นฟูสภาพผิว ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และนุ่มนวลยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติในการรักษาจุดด่างดำ  ช่วยปกป้องผิวจากการเสื่อมโทรมเมื่อต้องเผชิญกับมลภาวะต่างๆ ในทางการแพทย์ ได้รับการยอมรับว่าเป็นประโยชน์ในการรักษาผิวที่มีปัญหา และการต่อต้านริ้วรอยได้เป็นอย่างดี  รวมไปถึงการรักษาโรคผิวหนังต่างๆ อาทิ โรคเรื้อนกวางและสะเก็ดเงินอีกด้วย

การวัดประสิทธิภาพของน้ำผึ้งมานูก้า

  1. น้ำผึ้งที่มีศักยภาพพอที่จะรักษาโรค ต้องมีค่า UMF ขั้นต่ำเท่ากับ 10 และจะใช้ชื่อทางการตลาดว่า “UMF Manuka Honey” หรือ “Active Manuka Honey”
  2. น้ำผึ้งมานูก้าจะมีเกณฑ์ในการแบ่งเกรดอยู่ 3 แบบ คือ UMF, MGO และ A (Active) ซึ่งทั้งหมดใช้เพื่อบอกถึงระดับคุณภาพของน้ำผึ้งมานูก้า โดยวัดจากคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรีย (Antibacterial properties) ซึ่งมี 2 ชนิด
    2.1 Hydrogen peroxide activity (HPA)
    2.2 Non peroxide activity (NPA)
  3. UMF = Unique Manuka Factor ใช้วัดค่า NPA
  4. MGO หมายถึงค่าที่ใช้วัด METHYLGLYOXAL เป็นสารที่ทำให้เกิดฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ซึ่งพบมากในน้ำผึ้งมานูก้า และมากกว่าน้ำผึ้งอื่นๆ
  5. A หรือ Active มาจากคำว่า “Antibacterial” ใช้การพิจารณาปัจจัยที่เกี่ยวกับ HPA และ NPA ซึ่งทั้งคู่ต่างเป็นองค์ประกอบร่วมกันที่ทำให้น้ำผึ้งมานูก้ามีคุณสมบัติในการต้านแบคทีเรีย (ไม่ใช่แค่เฉพาะ NPA (UMF) หรือเฉพาะ MGO องค์ประกอบใดองค์ประกอบเดียว) ปัจจัยอื่นๆ อย่างเช่น enzyme, pollen count, antioxidant level, raw status/unpasteurisation process, phytochemical factors เหล่านี้ ค่า Active นี้ไม่ขึ้นกับหน่วยงานใด เหมือนทั้งสองแบบข้างต้น แต่ละแบรนด์ก็อาจใช้เกณฑ์ต่างกันไปได้หลากหลาย

การแบ่งเกรดน้ำผึ้งมานูก้า

  • น้ำผึ้ง MGO 83+ จะได้รับการจัดอันดับ UMF 5+
  • น้ำผึ้ง MGO 263+ จะได้รับการจัดอันดับ UMF 10+
  • น้ำผึ้ง MGO 514 จะได้รับการจัดอันดับ UMF 15+
  • น้ำผึ้ง MGO 829+ จะได้รับการจัดอันดับUMF 20+
  • น้ำผึ้ง MGO 1201+ จะได้รับการจัดอันดับ UMF 25+

* MGO is measured as mg/kg (ppm)
** NPA is measured as % solution (%w/v) of phenol/water

น้ำผึ้งมานูก้า(Manuka Honey) ดีอย่างไร

  • Skin pH balance ช่วยให้เซลผิวหนังมีความเข็งแรงต้านทานปัจจัยต่างๆที่มาทำร้ายผิว  จึงชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัย
  • Amino acid ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของคอลลาเจน และช่วยขจัดสิ่งอุดตันในรูขุมขน
  • ช่วยลดการอักเสบและการระคายเคืองจากสิวได้
  • Natural Humectant สารให้ความชุ่มชื้นจากธรรมชาติที่มีอยู่ในน้ำผึ้งมานูก้า(manuka honey)  ช่วยให้ผิวอ่อนนุ่มและชุ่มชื้น
  • ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์พิเศษที่สามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่เสียหายจากการติดเชื้อ
  • Vitamins & Minerals วิตามินและเกลือแร่ต่างๆ มีมากกว่าน้ำผึ้งทั่วไปถึง 4 เท่า และเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อผิว เช่น แคลเซียม ทองแดง  เหล็ก แมกนีเซียม แมงกานีส ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี